| เปิดเวบเมื่อ |
11/01/2547 |
| ปรับปรุงเวบเมื่อ |
18/05/2556 |
| ผู้ชมทั้งหมด |
|
|
| สินค้าทั้งหมด |
8907 |
|
|
|
|
สินค้า/บริการ >> ๛ ศึกษาและพาเที่ยว ๛ >> พระเนื้อชิน (ศึกษาและสะสม)
| พระเนื้อชิน (ศึกษาและสะสม) รหัสสินค้า: 001705 ราคา: 0.00 บาท รายละเอียด: คำว่า"ชิน" หมายถึงโลหะซึ่งอาจผสมได้มากกว่าหนึ่งอย่าง พระเครื่องในเมืองไทยที่สร้างจากเนื้อชิน มักจะมีส่วนผสมหลักๆ สามอย่างด้วยกัน ได้แก่ ปรอท ดีบุก และตะกั่ว (นอกจากนี้ยังอาจมีทองเหลือง ทองแดงปนอยู่บ้าง) ทั้งนี้เมื่อผสมแล้วจะออกมาเป็นเนื้ออะไรนั้น ขึ้นอยู่กับการมีอยู่ของส่วนผสมอย่างใดอย่างหนึ่งมาก (เทก่อนโลหะเบาลงเบ้าก่อน พระชุดแรกออกมาเนื้อแบบหนึ่ง เทภายหลังโลหะหนักเช่นตะกั่วนอนก้นถังออกมาเป็นเนื้ออีกแบบหนึ่ง) เนื้อหาต่างกันก็จะมีลักษณะเฉพาะตัวที่และมีชื่อเรียกขานที่แตกต่างกันไป เช่น ชินเงิน ชินตะกั่ว ชินสังฆวานร ชินเขียว ก็สุดแท้แต่จะเรียกขานกันไป ซึ่งตรงนี้จะแยกตามลักษณะทางกายภาพ ซึ่งเมื่อผ่านกาลเวลาจนมีความเก่าจะมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดทั้งในด้านสีสันและลักษณะพื้นผิว ทั้งไข ทั้งสนิม รอยเหี่ยว รอยปริรานฯลฯ
สำหรับหลักในการพิจารณาพระเนื้อชินเก่า มีดังนี้ครับ ขั้นแรกเราต้องรู้ก่อนว่าพระนั้นใช้วัสดุอะไรในการสร้าง สมมติตัวอย่างเช่นพระกรุวัดเลียบ-วัดเกาะ กทม., พระกรุวัดเพชร สระบุรี เป็นพระเนื้อชินเงิน (ประกอบด้วยตะกั่วผสมดีบุกกับปรอท ซึ่งเป็นส่วนผสมทั่วไปที่มีเป็นปกติในพระกรุเนื้อชินเงิน), พระเชียงแสนสนิมแดง เป็นเนื้อตะกั่วแทบจะล้วนๆ อย่างนี้เป็นต้น
ทีนี้เราก็ต้องมาดูว่าพระเนื้อชินเมื่อผ่านกาลเวลาไปแล้วจะมีสภาพอย่างไร ก็ต้องมาพิจารณาแบบแยกธาตุต่อไปอีกว่า โดยธรรมชาติของวัสดุแต่ละชนิดเมื่อมีความเก่าจะมีสภาพหรือมีปฎิกิริยาอย่างไรต่ออากาศและความชื้นความเค็ม ซึ่งพอจะดูได้โดยแยกออกดังนี้
1. ปรอท ช่างจะใส่ปรอทลงไปเป็นส่วนผสม เพื่อให้เนื้อโลหะหลอมเหลวนั้นวิ่งเข้าติดซอกมุมของพิมพ์ เพราะปรอทจะหนีความร้อน ทำให้โลหะส่วนอื่นๆวิ่งตามไปติดเต็มพิมพ์สวยงาม ปรอทซึ่งอยู่ส่วนผิวนอกสุดจะทำให้พระมีสีเงินแวววาว ผิวปรอทนี้เมื่อผ่านกาลเวลาไปแล้วจะมีลักษณะซีดหมองลง หรือเรียกว่าปรอทตาย ยิ่งเมื่อโดนความชื้น ความเค็มแล้วจะหมองลงๆ จนกระทั่งดำ
2. เนื้อดีบุก ดีบุกเป็นแร่ธาตุที่มีอยู่ในไทยมากพอสมควร ใช้ทำเหรียญและเครื่องใช้หลายชนิด ลักษณะเด่นของดีบุกเมื่อผ่านกาลเวลาไปคือจะมีสีเทาดำ ถ้าถูกความชื้นเพราะเก็บรักษาไม่ดี ตะกั่วจะมีลักษณะพองตัวและปริแยกออก ในภาษานักเล่นพระจะเรียกว่า "ระเบิด" ตัวอย่างที่พอจะพบเห็นได้บ่อยคือเหรียญดีบุกที่มีรูตรงกลาง หาดูได้ทั่วไป
3. เนื้อตะกั่ว ตะกั่วเป็นส่วนผสมหลักของพระเครื่องประเภทเนื้อชินที่มีการสร้างในไทยมากที่สุด คงเพราะเมืองไทยมีตะกั่วอยู่มากและการสร้างการผลิตทำได้ง่ายเพราะมีจุดหลอมเหลวต่ำ ลักษณะของตะกั่วเมื่อผ่านกาลเวลาจะมีสีคล้ำ มีความฉ่ำที่สัมผัสได้ทางสายตา มีความยับ ความย่น ความโปร่งพรุน(ภายใน) ตามธรรมชาติ บางทีมีการกินตัวของเนื้อตะกั่วเองจนอาจมีไขขาวและสนิมเกิดบ้าง และบางทีสนิมกับไขนั้นก็กินลึกเข้าไปถึงเนื้อในทำให้เกิดหลุมบ่อหรือกินจนแทบไม่เหลือเนื้อแท้อยู่เลย กลายเป็นไขและสนิมมาแทนที่เนื้อโลหะเดิม ก็มีพบเช่นกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพการเก็บรักษา (ดังที่ผู้ชำนาญทั้งหลายให้ทรรศนะว่าสนิมและไขนั้นเกิดจากภายในเนื้อ)
ทีนี้เมื่อเราเรียนรู้ถึงลักษณะส่วนผสมและการเปลี่ยนแปลงสภาพไปตามอายุ ก็เท่ากับเรารู้ถึงความเก่า ว่าพระเมื่อมีความเก่าจะมีลักษณะเป็นอย่างนี้ๆๆๆ ทำให้มีหลักในการพิจารณาคร่าวๆแล้ว
ในทางกลับกัน ถ้าลักษณะของพระหรือวัตถุที่เรานำมาพิจารณาไม่มีสภาพเป็นไปตามที่ว่าแล้วอาจถือได้ว่าไม่มีความเก่า อาจเป็นของสร้างใหม่ล้อเลียนขึ้นในยุคหลังก็เป็นได้ ตรงนี้คงต้องอาศัยการศึกษาสักพักถึงจะพิจารณาได้ถูกต้อง
* พระแต่ละชนิดแต่ละที่แต่ละกรุ จะมีเนื้อหาต่างกันไปเล็กน้อยแยกย่อยกันไปอีก ตรงนี้คงต้องไปศึกษาเพิ่มเติมกันเองนะครับ
+พอดีมีพี่ๆสอบถามมาหลายหนแล้ว จนล่าสุดก็สอบถามมาอีก จึงคิดว่าน่าจะลงไว้เผื่อเป็นประโยชน์ในการศึกษาและสะสมของพี่ๆเพื่อนจะได้ศึกษากันไปทีเดียว
บี
2 ส.ค. 2548 |
|
|